อุทกภัยน้ำท่วมในกรุงเทพ ฯ และต่างจังหวัดหลายพื้นที่ เป็นที่ตระหนกของคนที่มีทรัพย์สินในการป้องกัน หลายคนกลัวว่ารถยนต์ที่เราผ่อนหรือซื้อมาจะจมน้ำ และ ยิ่งได้รับข่าวตามหน้า Feed จากผลกระทบต่าง ๆ ยิ่งทำให้เกิดความกลัว และ การป้องกันตามมา เราเริ่มเห็นข้อมูลต่าง ๆ ไหลผ่านทาง Facebook และ กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ยี่ห้อต่าง ๆ ใน Facebook Group ถึงแนวทางในการป้องกันเราเริ่มเห็น สัญญาณการตั้งคำถาม ?
“ตรงนี้รถยังผ่านได้ไหม”
“รถเก๋งไปได้หรือเปล่า”
“น้ำขึ้นถึงไหนแล้ว”
“ทางเข้าหมู่บ้านออกได้อยู่ไหม”
ตอนเห็นคำถามแบบนี้โพสต์เดียว เราอาจไม่ได้คิดอะไร
แต่ถ้าในเวลาใกล้ ๆ กัน มีคำถามแบบเดียวกันเกิดขึ้นหลายโพสต์ หลายกลุ่ม หลายพื้นที่
ตรงนี้แหละครับ มันอาจไม่ใช่แค่คำถาม แต่มันกำลังเป็นสัญญาณ
นี่คือเหตุผลที่ช่วงนี้ผมสนใจเรื่อง Crisis Monitoring ผ่าน Facebook Group มากเป็นพิเศษ
เพราะคนที่อยู่ในพื้นที่จริง มักจะเริ่มเล่าปัญหากันก่อนที่ภาพใหญ่ของเหตุการณ์จะชัด
ช่วงแรกมีคนถามว่า
“ถนนเส้นนี้รถผ่านได้ไหม”
อีกสักพักเริ่มมีโพสต์ว่า
“รถดับแล้วครับ”
จากนั้นก็เริ่มมีคนถาม
“มีรถยกแถวนี้ไหม”
“รถน้ำเข้าแบบนี้ต้องทำยังไง”
“ประกันเคลมไหม”
พอน้ำลด คำถามก็เปลี่ยนอีก
“ต้องเข้าศูนย์ไหม”
“เปลี่ยนแบตหรือยัง”
“น้ำเข้าถึงตรงนี้รถจะมีปัญหาระยะยาวหรือเปล่า”
ถ้ามองทีละโพสต์ เราจะเห็นแค่คนหนึ่งคนที่กำลังมีปัญหา
แต่ถ้าเราเอาหลายโพสต์มาดูรวมกัน
เราจะเริ่มเห็นว่า พฤติกรรมของคนกำลังเปลี่ยน
จากกังวลเรื่องเส้นทาง
กลายเป็นกังวลเรื่องความเสียหาย
แล้วสุดท้ายกลายเป็นความต้องการบริการ
ถ้าเป็น Brand ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์,รถลาก เราเข้าใจผู้ประสบภัยได้จากตรงนี้
สมมติเราเป็นบริษัทประกันรถยนต์
คำถามที่สำคัญอาจไม่ใช่แค่ว่า
“วันนี้มีคนพูดถึงแบรนด์เรากี่คน”
แต่ควรเป็น
ตอนนี้คนเริ่มมีปัญหาเรื่องอะไร
เพราะถ้าคนเริ่มถามเรื่อง “รถน้ำเข้า” มากขึ้น
อีกไม่นานคำถามเรื่อง “เคลมประกัน” อาจตามมา
ถ้าเราเป็นศูนย์บริการรถยนต์
เราอาจเห็นสัญญาณก่อนเลยว่า หลังน้ำลดจะมีรถจำนวนหนึ่งต้องการตรวจเช็ก
ถ้าเราเป็นแบรนด์แบตเตอรี่
คำถามเรื่องรถสตาร์ตไม่ติดหลังน้ำท่วมอาจกลายเป็น Demand
หรือถ้าเป็นแบรนด์รถ EV
คำถามที่คนอยากรู้ก็อาจต่างออกไปอีก เช่น
“EV ลุยน้ำได้แค่ไหน”
“แบตเตอรี่ใต้ท้องรถโดนน้ำจะมีปัญหาหรือเปล่า”
“ถ้ารถจมน้ำต้องทำอะไรเป็นอย่างแรก”
ทั้งหมดนี้คือ Conversation ที่เกิดจากสถานการณ์จริง
และไม่ได้เกิดเพราะ Brand ทำ Campaign อะไรเลย
นี่คือสิ่งที่ Facebook Group น่าสนใจ
ผมมองว่า Facebook Group มีความต่างจาก Social Media ทั่วไปอยู่เรื่องหนึ่ง
คนไม่ได้เข้าไปโพสต์เพื่อให้ดูดี
หลายครั้งเขาเข้าไปเพราะ “มีปัญหา”
เข้ามาถามคนที่เคยเจอเหมือนกัน
เข้ามาขอคำแนะนำ
หรือเข้ามาเตือนคนอื่น
เพราะฉะนั้น Conversation ใน Group หลายครั้งจะตรงมาก
“ตรงนี้อย่าไป”
“น้ำขึ้นเร็ว”
“รถผมดับแล้ว”
“ใครมีเบอร์รถยก”
“ศูนย์ไหนรับบ้าง”
ถ้าเราเก็บ Conversation พวกนี้มาดูตามเวลา
เราจะเริ่มเห็นว่า Crisis มันเคลื่อนตัวยังไง
ช่วงอุทกภัยรอบนี้ ผมเลยคิดว่านี่เป็น Case Study ที่น่าสนใจมาก
เพราะมันทำให้เราเห็นชัดว่า Facebook Group ไม่ได้มีแค่โพสต์คุยกันใน Community
แต่มันอาจเป็นแหล่งข้อมูลที่ช่วยให้เราเห็นปัญหาจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริง
ตั้งแต่ปัญหายังเล็ก
ก่อนจะขยายเป็น Crisis ใหญ่
บางครั้งรถยังไม่จมน้ำครับ
แต่คำถามใน Facebook Group เริ่มบอกเราแล้วว่า Crisis กำลังมา
เราเข้าใจเรื่อง Data ในการวิเคราะห์ข้อมูลในแต่ละอุตสาหกรรม สนใจข้อมูลในอุตสาหกรรมอื่นแจ้งพื้นที่ด้านล่างได้ครับ
พี่อ้วนสายมู
คนอื่นเห็นโพสต์ แต่เราเห็นโอกาสทางธุรกิจ
รับติดตาม Monitor Brand และ คู่แข่งทางการค้าข้อมูล Online และ Research offline

บริการรวบรวมเก็บข้อมูลวิเคราะห์ Facebook Group พร้อมทำ Dashboard สนใจดูรายละเอียด

Service ที่มีให้บริการ
- ตัวแทนจำหน่าย Social Listening จาก Wisesight สั่งซื้อได้ที่ Link นี้
- สำเนา Global Research ช่วยค่าอาหารแมว สั่งซื้อได้ที่ Link นี้
- รับทำ Report รายงาน One Click ได้ Data-Insight ดูได้ที่ Link นี้
- ข้อที่ 4 เช่าลุงไปช่วยสอน A.I. ทำ App + Website ดูได้ที่ Link นี้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่
พี่อ้วนสายมู
Call : 0863863896
Line id : e21eqg

One thought on “รถยังไม่จมน้ำ แต่ Crisis เริ่มแล้ว — Brand ควรเข้าใจผู้ประสบภัยอย่างไร? ใน Social Data | Facebook Group”
Comments are closed.