2026-2027 เจาะ 5 เทรนด์ตลาดความงามและของใช้ส่วนตัวโลก จาก Global Report : เมื่อ “สวย” ต้องพิสูจน์ได้ว่าสุขภาพดีจริง

Global Report หมวด Beauty and Personal Care ฉบับ August 2026 ออกมาแล้วครับ เล่มนี้สรุป 5 เทรนด์ใหญ่ที่จะกำหนดหน้าตาของตลาดความงามและของใช้ส่วนตัวทั่วโลกในปี 2026 ต่อเนื่องไปถึง 2027

ประโยคที่ผมว่าสรุปทั้งเล่มได้ดีที่สุดคือประโยคของนักวิเคราะห์ที่เขียนรายงานฉบับนี้ครับ เขาบอกว่า “ในปี 2027 ความงามจะแข่งกันที่ผลลัพธ์ด้านสุขภาพ ความน่าเชื่อถือ และการถูกมองเห็นโดยอัลกอริทึม ไม่ใช่แค่การมีที่วางบนชั้นสินค้าอีกต่อไป” วันนี้พี่อ้วนจะมาเจาะให้ฟังทีละข้อครับว่า 5 เทรนด์นั้นคืออะไร และมีตัวเลขอะไรรองรับบ้าง

ภาพรวมตลาด: โตเร็วขึ้นกว่าปีที่แล้ว

ตัวชี้วัด20252026
มูลค่าตลาดความงามและของใช้ส่วนตัวโลก—669.8 พันล้านดอลลาร์
อัตราเติบโต (current terms)5.7%6.1%
อัตราเติบโต (constant terms)2.0%2.5%
CAGR คาดการณ์ 2026-20306.0% (หรือ 2.5% แบบ constant)

ที่น่าสนใจคือการเร่งตัวขึ้นนี้ไม่ได้มาจากการที่คนซื้อของ “มากขึ้น” ครับ รายงานระบุชัดว่าผู้บริโภคยุคนี้เลือกมากขึ้น (more discerning) จนลดปริมาณการบริโภคในบางหมวดลงด้วยซ้ำ แต่ไปเพิ่มเงินในหมวดที่เชื่อมโยงกับ สุขภาพ ความสะอาดปลอดภัย และคอมมูนิตี้ แทน แปลว่าเงินไม่ได้หายไปจากตลาด แต่ย้ายที่อยู่

1. “Longevity” ย้ายจากการแก้ริ้วรอย ไปสู่การป้องกันตั้งแต่ยังไม่แก่ (The pursuit of proactive wellness)

เทรนด์แรกคือการที่ผู้บริโภคเลิกมองความงามเป็นเรื่อง “แก้ปัญหาความแก่” แล้วเปลี่ยนมามองเป็นเรื่อง “healthspan” คือการมีชีวิตที่สุขภาพดีให้นานที่สุด ไม่ใช่แค่อายุยืน

ผู้บริโภคทั่วโลกที่กินคอลลาเจนเสริมเพื่อความงาม/สุขภาพผิว พุ่งเป็น “62%” ในปี 2026 จาก “53%” ในปี 2020 ขณะที่สัดส่วนสินค้าสกินแคร์ที่มีส่วนผสมคอลลาเจนบนชั้นวางดิจิทัลขยับจาก “2.8%” เป็น “3.6%” และ “13%” ของผู้บริโภคมองหาคุณสมบัติเติมเต็ม/ยกกระชับผิวโดยเฉพาะ

รายงานแบ่ง Longevity ออกเป็น 3 ช่วงวัยชัดเจนครับ คือ

Pre-Ageing (ไม่เกิน 35-40 ปี เน้นป้องกันก่อนเห็นสัญญาณ)

Ageless (40-60 ปี เน้นชะลอและรักษาสมดุล)

Pro-Ageing (60 ปีขึ้นไป เน้นฟื้นฟู) นี่คือการเปลี่ยนวิธีแบ่งลูกค้าจาก “อายุเท่าไหร่ ใช้ครีมตัวไหน” ไปเป็น “อยู่ช่วงไหนของการดูแลตัวเอง” และเกือบครึ่งของผู้บริโภคความงามทั่วโลก มองว่า “สวย” เท่ากับ “ดูสุขภาพดี” แล้ว

Case Study กลุ่มเครื่องสำอางค์ Vichy ที่ออก LiftActiv Collagen Supplement เมื่อกุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเป็นก้าวแรกของกลุ่ม L’Oréal เข้าสู่ nutricosmetics (เครื่องสำอางแบบกินได้) ตัวสินค้ามาจากงานวิจัยกว่า 10 ปี และจังหวะเปิดตัวก็คิดมาแล้ว เพราะ “คอลลาเจน” คือส่วนผสมสกินแคร์ที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี 2025 ที่แสบกว่านั้นคือในละตินอเมริกา เขาวางตำแหน่งสินค้าเป็นทางแก้ของ “GLP-1 face” คือหน้าโทรมจากการลดน้ำหนักเร็วด้วยยาลดน้ำหนักยุคใหม่ ซึ่งเป็นการจับปัญหาใหม่เอี่ยมที่เพิ่งเกิดขึ้นจริงในตลาด

Brand K18 (ในเครือ Unilever) ที่ออก FutureIQ Biomimetic Hair Longevity Serum เมื่อกรกฎาคม 2026 ในสหรัฐฯ และอังกฤษ ชูเทคโนโลยีที่มีสิทธิบัตรรออนุมัติ 10 ฉบับ เจาะกระบวนการชีวภาพเบื้องหลัง “ผมแก่ก่อนวัย” ทั้งผมบาง ผมร่วง หงอกเร็ว และหนังศีรษะเสื่อม จุดที่ต้องขีดเส้นใต้คือ “สุขภาพหนังศีรษะ” ไต่ขึ้นมาเป็นคุณสมบัติที่คนอยากได้จากผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอันดับ 4 ในปี 2026 (จากอันดับ 5 ในปี 2021) และมีคนมองหาถึง “23%” รายงานระบุว่านี่คือช่องว่างของ Longevity ที่ยังมีคนเล่นน้อยที่สุด

ZongComMu Insight Membership Required

You must be a ZongComMu Insight member to access this content.

Join Now

Already a member? Log in here