ร้านกำลังเซ้ง แต่คนยังหาที่เปิดร้าน? เราพบอะไรจาก 163 โพสต์ใน Facebook Group

ทำไมบางคนถึงอยากเลิกทำร้าน ทั้งที่ยังมีคนอีกกลุ่มกำลังมองหาพื้นที่เพื่อเปิดร้านใหม่?

คำถามนี้เกิดขึ้นระหว่างที่เราลองสำรวจ Facebook Group เกี่ยวกับการเช่าร้านในกรุงเทพฯ ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 150,000 คน

สิ่งที่เห็นในกลุ่มค่อนข้างน่าสนใจครับ

บางคนประกาศเซ้งร้านอาหารพร้อมอุปกรณ์ บางคนต้องการปล่อยเช่าร้านนวด ร้านเสริมสวย หรือคาเฟ่ที่ตกแต่งไว้เรียบร้อยแล้ว

บางโพสต์ใช้คำว่า “เซ้งด่วน” บางโพสต์บอกว่า “ราคาคุยกันได้”

แต่พอเลื่อนลงมาอีกหน่อย กลับเจอคนถามว่า

“มีพื้นที่ให้เช่างบไม่เกิน 5,000 ไหมครับ?”

“หาร้านเล็ก ๆ สำหรับขายอาหารเดลิเวอรี”

“อยากได้ล็อกขายของ ราคาไม่แพง”

อ่านแล้วรู้สึกแปลกดีครับ

คนหนึ่งอยากออก แต่อีกคนอยากเข้า ทั้งที่กำลังเจอเศรษฐกิจแบบเดียวกัน

163 โพสต์ บอกอะไรเราบ้าง?

ราเก็บข้อมูลจากโพสต์ที่ไม่ซ้ำกันประมาณ 163 โพสต์ ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 แล้วนำมาจัดหมวดหมู่ตามประเภทธุรกิจและข้อความที่คนโพสต์

สิ่งที่พบคือ ร้านอาหารเป็นธุรกิจที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในชุดข้อมูลนี้ ประมาณ 46 โพสต์

ตามมาด้วยกลุ่มสปา นวด และความงาม 20 โพสต์ ส่วนคาเฟ่และเครื่องดื่มอยู่ที่ประมาณ 15 โพสต์

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ มีโพสต์เซ้งร้านหรือขายกิจการประมาณ 30 โพสต์ ขณะที่มีคนประกาศตามหาพื้นที่เช่าประมาณ 25 โพสต์

ทำไมบางร้านถึงไม่อยากทำต่อ? แล้วคนที่กำลังจะเปิดร้านใหม่ เขามองเห็นโอกาสอะไร?

บางทีปัญหาอาจไม่ใช่คนไม่อยากทำธุรกิจ แต่เป็นต้นทุนในการทำธุรกิจ

สมมติร้านอาหารแห่งหนึ่ง เช่าพื้นที่เดือนละ 25,000 บาท ยังไม่รวมค่าไฟ ค่าพนักงาน ค่าวัตถุดิบ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ต่อให้ขายได้ทุกวัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีกำไรเหลือมากพอ

ยิ่งในช่วงที่คนระมัดระวังการใช้เงินมากขึ้น ร้านที่มีต้นทุนประจำสูงก็ยิ่งรับแรงกดดัน

แต่สำหรับคนที่อยากเริ่มธุรกิจใหม่ เขาอาจไม่ได้คิดจะเปิดร้านใหญ่เหมือนเดิม

เขาอาจต้องการเพียงพื้นที่เดือนละ 5,000 บาท มีครัวเล็ก ๆ รับออร์เดอร์ออนไลน์ และไม่ต้องจ้างพนักงานจำนวนมาก

คนที่กำลังออก อาจกำลังออกจากโครงสร้างต้นทุนแบบหนึ่ง ส่วนคนที่กำลังเข้า อาจกำลังมองหาโครงสร้างต้นทุนอีกแบบหนึ่ง

เราไม่ได้บอกว่าทุกร้านเซ้งเพราะขาดทุน หรือทุกคนที่หาพื้นที่กำลังจะทำเดลิเวอรี

แต่จากงบประมาณและลักษณะพื้นที่ที่คนตามหา มันทำให้เกิดสมมติฐานที่น่าศึกษาต่อว่า ผู้ประกอบการรายเล็กกำลังให้ความสำคัญกับต้นทุนคงที่มากขึ้นหรือไม่

แล้วเจ้าของพื้นที่เช่าควรมองเรื่องนี้อย่างไร?

ถ้าคุณเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์ มีพื้นที่ว่างหนึ่งคูหา และพยายามหาผู้เช่าที่พร้อมจ่ายเดือนละ 25,000 บาทมาตลอด

แต่คนที่กำลังตามหาพื้นที่ในกลุ่มจำนวนหนึ่งมีงบเพียง 5,000–10,000 บาทต่อเดือน

คำถามคือ คุณควรรอผู้เช่าที่มีกำลังจ่ายเท่าเดิม หรือควรทดลองปรับพื้นที่ให้รองรับคนกลุ่มใหม่?

อาจแบ่งพื้นที่บางส่วนเป็นล็อกเล็ก ๆ

อาจทำพื้นที่ครัวส่วนกลางให้ธุรกิจอาหารที่ขายผ่านเดลิเวอรี

หรืออาจออกแบบสัญญาเช่าให้ยืดหยุ่นสำหรับคนที่ยังไม่มั่นใจว่าจะขายได้มากแค่ไหน

สิ่งเหล่านี้เป็นทางเลือกที่ต้องคำนวณต้นทุนและความคุ้มค่าอีกครั้ง แต่ประเด็นสำคัญคือ ความต้องการของผู้เช่าอาจไม่เหมือนที่เจ้าของพื้นที่เคยเข้าใจ

และข้อมูลใน Facebook Group อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้เจ้าของพื้นที่รู้ว่าควรถามอะไรกับตลาด

แต่ถ้าเราเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ล่ะ?

ที่ผ่านมาเราอาจนำเสนอแฟรนไชส์โดยบอกว่าลงทุนเท่าไร คืนทุนเร็วแค่ไหน และมีสินค้าอะไรบ้าง

แต่ถ้าคนจำนวนหนึ่งกำลังมองหาพื้นที่ราคาถูก สิ่งที่เขากังวลอาจไม่ใช่แค่ค่าแฟรนไชส์

เขาอาจกำลังคิดว่า

“ถ้าขายไม่ดี จะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเช่า?”

“ถ้าลงทุนไปแล้วไม่รอด จะออกจากธุรกิจอย่างไร?”

“มีรูปแบบร้านเล็กที่ไม่ต้องลงทุนเยอะไหม?”

คำถามเหล่านี้คือสิ่งที่แบรนด์แฟรนไชส์ควรนำไปทดสอบกับกลุ่มเป้าหมาย

เพราะการขายแฟรนไชส์ไม่ใช่แค่ทำให้คนอยากลงทุน แต่ต้องเข้าใจด้วยว่าคนที่กำลังจะลงทุนกลัวอะไร

จากเรื่องเซ้งร้าน เราเริ่มมองเห็นอีกตลาดหนึ่ง

ลองสังเกตดี ๆ ครับ

เวลาพูดถึง Social Listening หลายบริษัทมักเริ่มต้นจากการค้นชื่อแบรนด์ตัวเอง

คนพูดถึงแบรนด์เรากี่ครั้ง?

ความรู้สึกเป็นบวกหรือลบ?

คู่แข่งมี Engagement เท่าไร?

แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญ

แต่กรณีนี้ทำให้เราเห็นว่า บางครั้งข้อมูลที่มีประโยชน์ที่สุด อาจเป็นข้อมูลที่ไม่ได้พูดถึงแบรนด์เราเลยแม้แต่ครั้งเดียว

เพราะโพสต์ตามหาพื้นที่เช่าอาจสะท้อนความต้องการของผู้ประกอบการรายใหม่

โพสต์เซ้งกิจการอาจช่วยให้เราศึกษาปัญหาที่เจ้าของร้านกำลังเผชิญ

ส่วนการพูดคุยเรื่องทำเลและงบประมาณ อาจช่วยให้เราเข้าใจว่าคนกำลังเลือกลงทุนอย่างไร

ถ้าจัดข้อมูลให้เป็นระบบ เราอาจต่อยอดไปศึกษาคำถามที่ลึกขึ้นได้อีก เช่น พื้นที่ลักษณะไหนมีคนตามหามาก ประเภทกิจการใดมีทั้งผู้ปล่อยเช่าและผู้ต้องการเช่า หรือผู้ประกอบการกำลังปรับรูปแบบร้านเพื่อให้มีต้นทุนต่ำลงหรือไม่

สำหรับคนทำธุรกิจ นี่คือข้อมูลที่อาจนำไปใช้ประกอบการวางแผนสินค้า บริการ ช่องทางขาย และการลงทุนได้

แล้วน้ำท่วมกับกำลังซื้อที่หายไปเกี่ยวข้องตรงไหน?

แน่นอนว่าเศรษฐกิจยังเป็นเรื่องใหญ่

ดัชนีความเชื่อมั่นค้าปลีกเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ระดับ 46.6 เป็นหนึ่งในสัญญาณที่สะท้อนความกังวลในภาคค้าปลีก

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมก็อาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับร้านค้าที่ต้องพึ่งพาลูกค้าเดินเข้าร้าน

แต่จากข้อมูล 163 โพสต์นี้ เรายังสรุปไม่ได้ว่าปัจจัยใดเป็นต้นเหตุหลักที่ทำให้เจ้าของร้านต้องเซ้งกิจการ

เราเห็นเพียงว่ามีทั้งคนต้องการปล่อยพื้นที่และคนต้องการเช่าพื้นที่อยู่ร่วมกันในกลุ่มเดียวกัน

และนั่นเป็นสัญญาณที่น่าสนใจพอจะนำไปติดตามต่อ

บทความนี้ไม่ได้ต้องการบอกว่าธุรกิจร้านอาหารกำลังแย่ที่สุด หรือกรุงเทพฯ กำลังมีร้านปิดตัวจำนวนมาก เพราะข้อมูลที่เรามีเป็นเพียงตัวอย่างโพสต์ใน Facebook Group ช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่สถิติการปิดกิจการจริงหรือข้อมูลแนวโน้มย้อนหลัง

ในวันที่คนหนึ่งกำลังเลิกทำธุรกิจ อาจมีอีกคนกำลังมองหาโอกาสเริ่มต้นธุรกิจใหม่อยู่ก็ได้

ถ้าเราอ่านแค่โพสต์เซ้งร้าน เราอาจเห็นเพียงความลำบากของผู้ประกอบการ

แต่ถ้าเราอ่านโพสต์ตามหาพื้นที่ควบคู่กัน เราอาจเริ่มมองเห็นความต้องการอีกรูปแบบหนึ่ง

นี่คือเหตุผลว่าทำไม ZongComMu จึงให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์บทสนทนาใน Facebook Group

หากคุณทำธุรกิจแฟรนไชส์ อสังหาริมทรัพย์ค้าปลีก หรือกำลังมองหาความต้องการใหม่ ๆ ของผู้บริโภค อยากรู้ไหมว่าใน Facebook Group ของอุตสาหกรรมคุณมีอะไรซ่อนอยู่บ้าง?

พี่อ้วนสายมู

คนอื่นเห็นโพสต์ แต่เราเห็นโอกาสทางธุรกิจ

รับติดตาม Monitor Brand และ คู่แข่งทางการค้าข้อมูล Online และ Research offline

บริการรวบรวมเก็บข้อมูลวิเคราะห์ Facebook Group พร้อมทำ Dashboard สนใจดูรายละเอียด

Service ที่มีให้บริการ

  1. ตัวแทนจำหน่าย Social Listening จาก Wisesight สั่งซื้อได้ที่ Link นี้
  2. สำเนา Global Research ช่วยค่าอาหารแมว สั่งซื้อได้ที่ Link นี้
  3. รับทำ Report รายงาน One Click ได้ Data-Insight ดูได้ที่ Link นี้
  4. ข้อที่ 4 เช่าลุงไปช่วยสอน A.I. ทำ App + Website ดูได้ที่ Link นี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่
พี่อ้วนสายมู
Call : 0863863896
Line id : e21eqg