ถ้าผมบอกว่าองค์กรของคุณกำลังฟังลูกค้าผิดวิธีมาตลอด คุณจะเชื่อไหมครับ หลายแบรนด์ใหญ่ตั้งระบบ Social Listening ไว้อย่างดี แต่กลับได้ยินแค่เสียงสะท้อนของตัวเอง เพราะตั้งค่าให้ฟังเฉพาะ ‘ชื่อแบรนด์’ เท่านั้น
มันเหมือนการยืนส่องกระจกแล้วคิดว่ากำลังมองออกไปเห็นทั้งโลกครับ
วันนี้พี่อ้วนอยากชวนองค์กรทบทวนวิธีฟังใหม่ เพราะ Corporate Social Listening ที่ฟังแค่ Brand Mention กำลังพลาดข้อมูลที่มีค่าที่สุดไป นั่นคือ ‘ปัญหาที่ลูกค้าพูดกันเอง’ โดยไม่เอ่ยชื่อเราเลยด้วยซ้ำ
ฟังแค่ Brand Mention พลาดอะไรไปบ้าง?
พลาด ‘ความต้องการที่ยังไม่มีแบรนด์เป็นเจ้าของ’ ครับ เวลาลูกค้ามีปัญหาจริง ๆ เขามักไม่ได้เอ่ยชื่อแบรนด์ใคร แต่จะถามกันเองในกลุ่มว่า ‘มีใครรู้ไหมว่าแก้แบบนี้ยังไง’ หรือ ‘ใช้รุ่นไหนดี งบประมาณเท่านี้’
บทสนทนาเหล่านี้คือความต้องการดิบที่ยังว่างให้แบรนด์เข้าไปตอบ แต่ระบบที่ฟังแค่ชื่อแบรนด์จะมองไม่เห็นมันเลย เพราะไม่มีคำว่าแบรนด์เราอยู่ในประโยค เท่ากับเราปิดประตูใส่โอกาสที่ใหญ่ที่สุดด้วยมือตัวเอง
ปัญหาที่ลูกค้าพูดกันเอง บอกอะไรเราได้บ้าง?
- ช่องว่างในตลาดที่ยังไม่มีใครแก้ได้ดีพอ ซึ่งคือโอกาสของสินค้าหรือบริการใหม่
- ภาษาจริงที่ลูกค้าใช้ ที่นำไปทำคอนเทนต์และโฆษณาให้โดนใจได้ทันที
- สัญญาณความต้องการใหม่ ก่อนที่มันจะกลายเป็นเทรนด์ใหญ่ที่ทุกคนแย่งกัน
ถ้ายังฟังแค่ชื่อแบรนด์ต่อไป น่ากังวลแค่ไหน?
น่ากังวลมากครับ เพราะมันสร้างภาพลวงตาว่าองค์กร ‘กำลังฟังลูกค้าอยู่’ ทั้งที่จริงได้ยินแค่เศษเสี้ยว ผู้บริหารอาจมั่นใจว่ามีข้อมูลครบ แล้วตัดสินใจพลาดเพราะข้อมูลด้านเดียว
ที่อันตรายคือ คู่แข่งที่ฟังกว้างกว่าจะเห็นความต้องการเหล่านี้ก่อน แล้วออกสินค้าหรือแคมเปญมาตอบโจทย์ที่เรามองไม่เห็น พอถึงตอนนั้น เราจะกลายเป็นฝ่ายวิ่งตาม ทั้งที่ข้อมูลอยู่ในตลาดเดียวกันมาตั้งแต่แรก เพียงแต่เราเลือกที่จะไม่ฟัง
ควรตั้งค่าการฟังใหม่อย่างไร?
นอกจากชื่อแบรนด์ ควรฟังคำที่เกี่ยวกับ ‘ปัญหา’ และ ‘หมวดสินค้า’ ด้วยครับ เช่น อาการที่ลูกค้าเจอ ปัญหาการใช้งานทั่วไป หรือคำถามยอดฮิตในกลุ่มอุตสาหกรรม การฟังให้กว้างขึ้นอย่างมีระบบ จะทำให้เห็นตลาดทั้งภาพ ไม่ใช่แค่เงาของแบรนด์ตัวเอง และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง
สรุปแบบพี่อ้วน
การฟังแค่ชื่อแบรนด์เหมือนการส่องกระจกดูแต่ตัวเองครับ แต่การฟังปัญหาที่ลูกค้าพูดกันเอง คือการมองออกไปเห็นทั้งตลาด องค์กรที่กล้าปรับการฟังให้กว้างและลึกขึ้น จะเจอทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่คู่แข่งมองไม่เห็น และนั่นคือความแตกต่างระหว่างผู้นำตลาดกับผู้ตาม
อยากให้องค์กรของคุณมีระบบฟังเสียงลูกค้าใน Facebook Group อย่างเป็นระบบ เปลี่ยนบทสนทนาให้กลายเป็นกลยุทธ์ที่จับต้องได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยครับ
พี่อ้วนสายมู
รับติดตาม Monitor Brand และ คู่แข่งทางการค้าข้อมูล Online และ Research offline

บริการรวบรวมเก็บข้อมูลวิเคราะห์ Facebook Group พร้อมทำ Dashboard สนใจดูรายละเอียด

Service ที่มีให้บริการ
- ตัวแทนจำหน่าย Social Listening จาก Wisesight สั่งซื้อได้ที่ Link นี้
- สำเนา Global Research ช่วยค่าอาหารแมว สั่งซื้อได้ที่ Link นี้
- รับทำ Report รายงาน One Click ได้ Data-Insight ดูได้ที่ Link นี้
- ข้อที่ 4 เช่าลุงไปช่วยสอน A.I. ทำ App + Website ดูได้ที่ Link นี้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่
พี่อ้วนสายมู
Call : 0863863896
Line id : e21eqg
One thought on “Corporate Social Listening ไม่ควรฟังแค่ Brand Mention แต่ต้องฟัง “ปัญหาที่ลูกค้าพูดกันเอง””
Comments are closed.